พ่อแม่ไม่เข้าใจลูก
ผู้ใหญ่ไม่เข้าใจเด็ก
ครูไม่เข้าใจนักเรียน
ผู้ใหญ่ไม่เข้าใจเด็ก
ครูไม่เข้าใจนักเรียน
เป็นคำพูดที่สวยหรูดูมีมนต์ขลังจากปากนักวิชาการ
หรือนักสังคมสงเคราะห์หรือผู้ที่ทำงานรับผิดชอบเกี่ยวกับเด็ก
เราจะต้องเรียนรู้พฤติกรรมและพัฒนาการของเด็ก
เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง จะได้จัดการได้อย่างเหมาะสมเมื่อต้องแก้ไขปัญหาให้กับเด็ก
เด็ก คือ ใคร ? เด็ก คือ ผู้ที่พ่อแม่และผู้ใหญ่ทุกคนจะต้องทำความเข้าใจ
โดยตัวเด็กเองไม่ต้องสนใจที่จะทำความเข้าใจในพ่อแม่หรือคนอื่น
ฟังดูแล้วเหมือนชีวิตเด็กเกิดขึ้นมามีอภิสิทธิ์เหนือผู้ใหญ่ ทำให้ไม่มีใครอยากเป็นผู้ใหญ่
แต่ธรรมชาติบังคับให้ต้องเติบโตเป็นผู้ใหญ่ จึงติดนิสัยที่ต้องมีผู้คนเอาอกเอาใจ
มีผู้คนต้องคอยทำความเข้าใจอยู่ตลอดเวลา ทำให้เห็นผู้ใหญ่ในวันนี้ที่ติดนิสัย
เมื่อครั้งยังเป็นเด็กในวันนั้น กลายเป็นผู้ใหญ่ที่ไร้คุณภาพในวันหน้า สร้างภาระให้กับสังคม
นักเรียนนักศึกษาหลายคนในวันนี้ ใช้จ่ายเงินในแต่ละเดือนมากกว่าเงินเดือนของคนทำงาน
ร ะดับปริญญาตรี บางคนใช้จ่ายเดือนละหลายหมื่นบาทมากกว่าคนจบด็อกเตอร์เสียอีก อยากถามว่าเมื่อสำเร็จการศึกษาและได้ทำงานกับค่าตอบแ ทนเดือนละไม่ถึงหมื่นบาท เขาจะเอาเงินส่วนไหนมาใช้จ่ายชดเชยส่วนที่ขาดหายไปจา กการใช้จ่ายตามปกติ
เหมือนเมื่อครั้งยังเป็นนักศึกษา ขอจากพ่อแม่ ถ้าพ่อแม่ไม่มีจะทำอย่างไร ?
โกง ? ทุจริตในหน้าที่การงาน ? ค้าขายผิดกฎหมาย ? หรือเสี่ยงดวงรอโชคชะตา ?
นี่ คือ ปัญหาของสังคมไทยในอนาคต ภายใต้การเลี้ยงดูและขัดเกลาของสังคมไทยในปัจจุบัน
ค่านิยมของการเป็นผู้มีความรู้ ค่านิยมของการเป็นผู้มีฐานะดี ค่านิยมของความทันสมัย
ความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของโลก ทำให้ผู้ใหญ่หลายคนกลายเป็นเต่าเชื่องช้าไล่ไม่ทันเด็ก
เป็นเพียงเบี้ยตัวหนึ่งในเกมของเด็ก เพราะมัวแต่ทำความเข้าใจ หาเหตุผล ติดกับดักของ “เหตผล”
ที่เด็กชอบนำมากล่าวอ้าง เนื่องจากผู้ใหญ่หลายคนเปิดช่องให้ดูเหมือนว่าไม่ใช่ ความผิดของเด็ก
เด็กปฏิเสธความรับผิดชอบ โยนให้เป็นความผิดของผู้ใหญ่ที่ไม่มีเหตุผล ไม่เข้าใจเด็กเพียงพอ
ผมถามลูกว่า “เราจะอยู่ร่วมกันในครอบครัวภายใต้กฎกติกาที่มาจากเหตุผล
หรือภายใต้กฎกติกาที่มีพื้นฐานมาจากความรัก“
ถ้าอยู่ภายใต้กฎกติกาที่มีพื้นฐานของความมีเหตุผล ทุกคนจะทำอะไร หรือมีข้อโต้แย้งต้องใช้เหตุผล อาหารที่อร่อยต้องให้พ่อแม่กินให้อิ่มก่อนเหลือลูกจึงจะได้กินเพราะพ่อแม่เป็นคนหามา เงินทองที่หามาได้พ่อแม่จะต้องเอาไปใช้จ่ายในส่วนที่ พ่อแม่ต้องการก่อนเหลือจึงจะมาจ่ายค่าเทอม
ค่าอาหารกลางวัน พ่อแม่จะให้เงินไปกินขนมที่โรงเรียนเท่าไรก็ได้ ถ้าไม่พอใจ
อยากได้มากกว่านี้ก็ไปทำมาหาเงินเอง ดูโทรทัศน์ต้องให้พ่อแม่เลือกเปิดช่องไหนได้ตามใจ
เพราะพ่อแม่เป็นคนซื้อ ถ้าอยู่ภายใต้กฎกติกาที่มีพื้นฐานของความรัก ความเมตตา
ความปรารถนาดีต่อกัน อาหารที่อร่อย ที่ดี ยอมให้ลูกกินก่อนถึงแม้เราจะเป็นคนหามา เงินทองหามาได้จะต้องใช้จ่ายค่าศึกษาเล่าเรียนของลูก ก่อน ถึงแม้มีสิ่งของหลายอย่าง
ที่อยากได้ อยากซื้อก็ต้องอดทนไว้ก่อน ตัวเองไม่มีเงินไปใช้จ่ายในที่ทำงานก็ทนได้
แต่อย่าให ้ลูกอดกินขนมในโรงเรียน เสื้อผ้าเก่าขาดก็ปะชุนเอา เก็บเงินไว้ซื้อเสื้อผ้าใหม่ๆ
ของเล่นดีๆให้ลูก ทำทุกอย่างเพื่อลูกด้วยความรัก ความปรารถนาดีต่อลูก อยากให้ลูกมีความสุข
ลูกก็ต้องมีความรักเคารพเชื่อฟังพ่อแม่ เข้าใจความยากลำบากในการทำงานของพ่อแม่
เพื่อหารายได้มาจุนเจือครอบครัว ให้ขยันเรียน ใช้จ่ายอย่างประหยัด ไม่ฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือย
ในสิ่งที่เกินความจำเป็นของชีวิต ให้รู้จักรับผิดชอบต่อหน้าที่ของตนเอง
ช่วยแบ่งเบาภาระของพ่อแม่ เป็นลูกที่ดีของพ่อแม่ เป็นศิษย์ที่ดีของคร เป็นคนดีของสังคมู
ครอบครัวเรายึดกฎกติกาที่มีพื้นฐานมาจากความรัก ความเมตตา ปรารถนาดีต่อกัน แล้วครอบครัวของคุณยึดกฎกติกาอะไรในการอยู่ร่วมกัน ?
Filed under: Uncategorized | Tagged: กฎกติกา, ความปรารถนาดี, ความรัก, ความเมตตา, ชีวิต, ทุจริต, ผิดกฎหมาย, พื้นฐาน, เหตุผล, โชคชะตา